Desktop (UAT)
-Member
เข้าสู่ระบบ
TH
EN
หน้าแรก
สินค้าและบริการ
โปรโมชั่น
สาขาใกล้คุณ
สาระเรื่องรถ
เกี่ยวกับเรา
29 กรกฎาคม 2569

แบตเตอรี่รถยนต์เป็นแหล่งจ่ายพลังงานให้กับระบบสตาร์ทและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในรถ หากแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม อาจทำให้รถสตาร์ทไม่ติด หรือเกิดปัญหาระหว่างการเดินทางได้
การตรวจเช็กแบตเตอรี่เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้คุณใช้งานรถได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคืออายุของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี มักมีโอกาสเสื่อมสภาพน้อย
หากใช้งานเกิน 1 ปี ควรตรวจเช็กสุขภาพแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ
หากใช้งานมา 2–3 ปีขึ้นไป ควรเฝ้าระวังอาการเสื่อม และตรวจเช็กโดยผู้เชี่ยวชาญ
การรู้วันติดตั้งแบตเตอรี่จะช่วยวางแผนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ก่อนเกิดปัญหา
หากรถใช้แบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น ควรตรวจระดับน้ำกลั่นเป็นประจำ
แบตเตอรี่เติมน้ำกลั่น ควรตรวจทุก 1 เดือน
แบตเตอรี่กึ่งแห้ง ควรตรวจทุก 6–12 เดือน ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
การรักษาระดับน้ำกลั่นให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่หลายรุ่นมี "ตาแมว" สำหรับแสดงสถานะของแบตเตอรี่
สามารถสังเกตสีของตาแมวและเปรียบเทียบกับคำอธิบายบนสติกเกอร์ของแบตเตอรี่ เพื่อประเมินสถานะเบื้องต้นว่า
แบตเตอรี่ยังใช้งานได้ปกติ
ต้องชาร์จไฟ
ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่
แม้ว่าวิธีนี้จะช่วยตรวจสอบได้เบื้องต้น แต่ไม่สามารถบอกสุขภาพแบตเตอรี่ได้ละเอียดเท่าการใช้เครื่องตรวจวัด

หากต้องการทราบสภาพแบตเตอรี่ที่แม่นยำ แนะนำให้นำรถเข้าตรวจด้วยเครื่องวัดแบตเตอรี่ที่ศูนย์บริการ
เครื่องตรวจวัดจะแสดงค่าที่สำคัญ ได้แก่
ดูจากค่า Volts
ควรมากกว่า 12 โวลต์
หากต่ำกว่านี้ อาจเป็นสัญญาณว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมหรือประจุไฟไม่เพียงพอ
ดูจากค่า Volts
ควรมากกว่า 10.30 โวลต์
หากต่ำกว่าค่ามาตรฐาน อาจทำให้รถสตาร์ทยาก
ดูจากค่า Volts
ควรมากกว่า 13.30 โวลต์
หากต่ำกว่าค่าปกติ อาจเกิดจากไดชาร์จหรือระบบชาร์จไฟมีปัญหา
การตรวจทั้ง 3 ค่า จะช่วยให้ทราบว่าแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ดี หรือควรเปลี่ยนใหม่
หากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบนำรถเข้าตรวจเช็ก
รถสตาร์ทยาก
ไฟหน้าหรี่
ไฟแบตเตอรี่โชว์บนหน้าปัด
ต้องพ่วงแบตเตอรี่บ่อย
ผลตรวจจากเครื่องวัดระบุว่าแบตเตอรี่เสื่อม
หากกำลังมองหา ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ ใกล้ฉัน, ต้องการ เปลี่ยนแบตรถ, ร้านเปลี่ยนแบตรถ ใกล้ฉัน, เปลี่ยนแบตนอกสถานที่ หรือกำลังเปรียบเทียบ แบตเตอรี่รถยนต์ ราคา และ แบตรถยนต์ ราคา บี-ควิก พร้อมให้บริการตรวจเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ฟรี ด้วยเครื่องตรวจมาตรฐาน พร้อมแนะนำแบตเตอรี่ที่เหมาะกับรถแต่ละรุ่น และบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ
สามารถเช็กแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยตัวเองได้หรือไม่?
ได้ โดยสามารถตรวจสอบอายุแบตเตอรี่ ระดับน้ำกลั่น (สำหรับแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น) และสังเกตตาแมวแบตเตอรี่เพื่อประเมินสถานะเบื้องต้น
ตาแมวแบตเตอรี่คืออะไร?
ตาแมวแบตเตอรี่เป็นช่องแสดงสถานะของแบตเตอรี่ โดยสีที่ปรากฏจะแตกต่างกันตามสภาพของแบตเตอรี่ สามารถดูความหมายของแต่ละสีได้จากสติกเกอร์บนตัวแบตเตอรี่
ค่าแรงดันแบตเตอรี่ปกติควรอยู่ที่เท่าไร?
ค่าความต่างศักย์ของแบตเตอรี่ควรมากกว่า 12 โวลต์ ส่วนค่าแรงดันขณะสตาร์ทควรมากกว่า 10.30 โวลต์ และค่าแรงดันจากไดชาร์จควรมากกว่า 13.30 โวลต์
ควรตรวจเช็กแบตเตอรี่รถยนต์บ่อยแค่ไหน?
ควรตรวจเช็กอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือก่อนเดินทางไกล และหากแบตเตอรี่มีอายุเกิน 2 ปี ควรตรวจด้วยเครื่องวัดแบตเตอรี่เป็นประจำ
หากกำลังมองหาร้านตรวจเช็กหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ ควรเลือกที่ไหน?
ควรเลือกศูนย์บริการที่มีเครื่องตรวจวัดแบตเตอรี่มาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถประเมินสภาพแบตเตอรี่ได้อย่างแม่นยำ และแนะนำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับรถของคุณ
แชร์:
(ทุกวัน 8.00 - 21.00 น.)
customerservice@b-quik.com
บี-ควิก เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการ ยาง ซ่อมบำรุงระบบเบรก แบตเตอรี่ โช้คอัพ ช่วงล่าง ระบบแอร์รถยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และซ่อมรอยแตกกระจกรถยนต์
Copyright 2025 All right reserved B-Quik.com